Categories
BLOG

“โตเมียว” ยอดอ่อนถั่วลันเตามากคุณค่า กับวิธีการเพาะครั้งเดียวให้เก็บเกี่ยวได้ถึง 3 ครั้ง

หากพูดถึงยอดอ่อนถั่วลันเตาผัดน้ำมันหอยใส่กระเทียมเยอะ ๆ หลายคนคงจะนึกภาพออกและอยากกินขึ้นมาทันที  คนญี่ปุ่นนิยมนำยอดอ่อนถั่วลันเตามารับประทาน เพราะว่าอร่อยและมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายรวมถึงมีราคาที่ถูกกว่าผักอื่น ๆ มารู้ประโยชน์มากมายของยอดอ่อนถั่วลันเตาและการนำเมล็ดที่เหลือจากการตัดต้นอ่อนมาเพาะเลี้ยงใหม่ให้เก็บเกี่ยวได้อีกถึง 2 ครั้งกันนะคะ

ยอดอ่อนถั่วลันเตาและคุณค่าทางอาหาร

ยอดอ่อนถั่วลันเตาหรือโตเมียว (豆苗) ที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมักจะมีทั้งเมล็ดและรากติดมาด้วย ยอดอ่อนถั่วลันเตาอุดมไปด้วยบีตา แคโรทีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย โดยวิตามินเอจะช่วยให้สุขภาพผิวและผมดี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบทางเดินหายใจและช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย  วิตามินบีช่วยเสริมสร้างอัตราการเผาผลาญที่ดีของร่างกาย วิตามินเคช่วยสร้างลิ่มเลือดหรือทำให้เลือดแข็งตัวหากมีบาดแผลและช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเส้นใยอาหารช่วงป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูก เป็นต้น

วิธีการเพาะต้นอ่อนถั่วลันเตา

หากต้องการเพาะต้นอ่อนถั่วลันเตาหรือโตเมียวเองสามารถทำได้โดยการนำถั่วลันเตาที่ผ่านการแช่น้ำ 1 คืนมาวางไว้บนตะแกรงที่มีรูให้รากของต้นถั่วลันเตาแทงทะลุไปยังแอ่งน้ำที่รองตะแกรงเอาไว้ วางตะแกรงปลูกถั่วลันเตาในที่มืดเป็นเวลาประมาณ 5 วัน จากนั้นย้ายมาวางในที่มีแสงแต่ไม่ให้โดนแสงอาทิตย์โดยตรง และคอยหมั่นเปลี่ยนน้ำในถาดรองด้านล่างตะแกรง ใช้เวลาประมาณ 10 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนถั่วลันเตาหรือโตเมียวโดยการตัดยอดให้เหลือลำต้นที่สูงจากฐานเมล็ดถั่วประมาณ 2-3  เซนติเมตร นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารตามชอบ ส่วนฐานเมล็ดและรากถั่วลันสามารถนำมาแช่ในน้ำต่อเพื่อให้ยอดอ่อนงอกออกมาใหม่ได้ โดยให้คอยเปลี่ยนน้ำในถาดด้านล่าง ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันก็จะเก็บเกี่ยวยอดอ่อนได้อีกครั้ง

วิธีนำเมล็ดถั่วลันเตาที่เหลือจากการตัดต้นอ่อนมาเพาะเลี้ยงใหม่ในกรณีที่ซื้อต้นอ่อนจากร้านค้า

ในญี่ปุ่นเพื่อความสดอร่อย ต้นโตเมียวจะถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ทั้งรากและเมล็ด เวลาซื้อมารับประทานก็ใช้กรรไกรตัดยอดอ่อนโดยให้เหลือส่วนของลำต้นที่สูงจากฐานเมล็ดถั่วประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วนำฐานรากและเมล็ดไปแช่ในพลาสติกที่บรรจุน้ำไว้ วางไว้ในที่มีแสงแต่ไม่ให้โดนแสงอาทิตย์โดยตรงและคอยเปลี่ยนน้ำทุกวัน ภายในเวลาประมาณ 7-10 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนโตเมียวได้อีกครั้ง อีกทั้งยังสามารถนำฐานรากและเมล็ดถั่วลันเตาไปเพาะเลี้ยงใหม่อีกครั้งหนึ่งด้วย

 

วิธีการนำยอดอ่อนโตเมียวมารับประทาน

คนญี่ปุ่นนำยอดอ่อนโตเมียวมารับประทานหลากหลายวิธี ทั้งนำมาผัด ต้ม ทำเป็นสลัด และผัดกับสปาเก็ตตี้ เป็นต้น      สล็อตเว็บตรง

ผู้เขียนเองก็ชอบยอดอ่อนของโตเมียวมาก ก่อนหน้านี้ก็มักจะทิ้งฐานรากและเมล็ดไป แต่ต่อไปนี้จะไม่ทิ้งแล้วค่ะ จะนำมาเพาะใหม่ไว้เก็บเกี่ยวซึ่งมีข้อดีทั้งประหยัดและสร้างสีเขียวให้บ้านค่ะ

Categories
BLOG

สายชิมห้ามพลาด! กับราเมงฮอกไกโดที่เปี่ยมด้วยศาสตร์และศิลป์ตำรับอาหารญี่ปุ่น

เวลาที่ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกกับครอบครัว คุณมักจะไปที่ไหนกัน? ร้านอาหารไทย ร้านอาหารจีน หรือร้านอาหารญี่ปุ่น? และถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างราเมงแล้ว ในประเทศไทยเองก็มีร้านราเมงมากมายจนเลือกไม่ถูก
ถ้าพูดถึงอาหารตำรับญี่ปุ่นแล้ว ที่ประเทศญี่ปุ่นมีแนวคิดว่าอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นนั้น เป็นอาหารที่มีสารปรุงแต่งและน้ำมันเยอะ และจัดเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ร้านราเมง Baikohken ที่ห้างฯ ไอคอนสยามนี้เป็นร้านที่เสิร์ฟราเมงตำรับเมืองอาซาฮิกาว่า จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งถือเป็นราเมงที่สามารถทานได้ทั้งครอบครัวแบบไม่จำกัดวัย และเป็นราเมงที่ดีต่อสุขภาพแถมยังรสชาติเยี่ยมตามแนวคิดของศาสตร์แห่งอาหารญี่ปุ่น

ราเมงฮอกไกโดที่เปี่ยมด้วยศาสตร์และศิลป์ตำรับอาหารญี่ปุ่น

ราเมงที่เสิร์ฟในร้าน Baikohken เป็นราเมงตำรับอาซาฮิกาว่า จังหวัดฮอกไกโด ที่มีความเป็นมายาวนาน 40 ปี โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรแต่อย่างใด สำหรับเมนูราเมงมิโซะของทางร้านนั้นถูกปรุงด้วยมิโซะที่นำเข้าไทยจากร้านสาขาหลักในฮอกไกโด โดยยังคงรสชาติที่ปรุงตามแนวคิดศาสตร์และศิลป์ของอาหารญี่ปุ่น
แนวคิดด้านศาสตร์และศิลป์ของอาหารญี่ปุ่นนั้น เป็นแนวคิดที่มีมาแต่โบราณซึ่งเน้นใช้เครื่องปรุงให้น้อยที่สุดโดยที่ดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด ด้วยความที่ใช้เครื่องปรุงน้อย ทำให้อาหารที่ได้มีแคลอรี่ต่ำแต่มีรสชาติอร่อย
มิโสะที่ได้จากการหมักถั่วเหลือซึ่งมีโปรตีนสูงนั้นเป็นเครื่องปรุงที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และราเมงมิโสะตำรับร้าน Baikohken ที่เสิร์ฟรสชาติตำรับอาหารญี่ปุ่นรสเดิมมาตลอด 40 ปีนี้ เป็นราเมงที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมาอร่อยด้วยกันได้อย่างแน่นอน
ถ้าคุณกำลังมองหาร้านราเมงที่ทุกคนในครอบครัวสามารถอร่อยด้วยกันได้ เชิญมาที่ร้าน Baikohken ในห้างฯ ไอคอนสยามกันได้เลย

อาซาฮิกาว่า เมืองราเมงที่คนรักฮอกไกโดที่ต้องมาสักครั้ง!

จังหวัดฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งราเมง โดยเมืองอาซาฮิกาว่าเป็นเมืองที่ติด 3 อันดับเมืองราเมงประจำจังหวัดและเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านราเมง

asahigawa polar bear
นอกจากนี้ สวนสัตว์อาซาฮิกาว่าที่คนไทยรู้จักว่ามีหมีขาวก็ตั้งอยู่ที่เมืองนี้เช่นกัน โดยเมืองอาซาฮิกาว่าตั้งอยู่ใกล้กับฟุราโนะและบิเอะที่ต่างขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ ดังนั้น ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวฮอกไกโด เราขอแนะนำให้ไปดูลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะหรือบิเอะ ต่อด้วยทริปเยี่ยมหมีขาวที่สวนสัตว์อาซาฮิกาว่า แล้วปิดท้ายด้วยการชิมราเมงของขึ้นชื่อประจำเมืองอาซาฮิกาว่า        สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโด
Hokkaido Government Representative Office – ภาษาไทย

ร้านราเมง Baikohken อาซาฮิกาว่า

ที่อยู่: ชั้น G Food Court ห้างฯ ไอคอนสยาม สยามทากาชิยาม่า 299 ถนนเจริญกรุง คลองต้นสาน คลองสาย กรุงเทพ 10600
Facebook Fanpage: Baikohken Thailand

 

Categories
BLOG

รู้จักกะหล่ำปลีหลากชนิดในญี่ปุ่น กับเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงกินกะหล่ำปลีดิบกับหมูทอดทงคัตสึ

กะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในผักที่หารับประทานได้ตลอดทั้งปีในญี่ปุ่น โดยมีหลากหลายพันธุ์ตามฤดูกาล มารู้จักกะหล่ำปลีหลากหลายชนิดในญี่ปุ่น และเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานกะหล่ำปลีดิบกับหมูทอดทงคัตสึกันนะคะ

ชนิดของกะหล่ำปลีในญี่ปุ่น

พันธุ์คังทามะ (寒玉) หรือกะหล่ำปลีฤดูหนาว (冬キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้มีขายในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น โดยมีลักษณะสำคัญคือ ใบอัดกันแน่น ใบด้านในมีสีออกขาว มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งและเหนียว และมีรสชาติออกหวาน คนญี่ปุ่นนิยมนำมาทำสลัดโคลสลอว์และกะหล่ำปลีม้วน เป็นต้น

พันธุ์ฮารุทามะ (春玉)  หรือกะหล่ำปลีฤดูใบไม้ผลิ (春キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้เก็บเกี่ยวได้ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีใบซ้อนกันหลวมๆ และใบนิ่ม แตกต่างจากกะหล่ำปลีในฤดูหนาว ใบด้านนอกมีสีเขียวเข้มส่วนด้านในจะมีสีออกเหลือง คนญี่ปุ่นนิยมนำกะหล่ำปลีชนิดนี้มาผัด ดอง และรับประทานดิบ เป็นต้น

พันธุ์โคเก็งแคบเบจสึ (高原キャベツ) หรือกะหล่ำปลีฤดูร้อน (夏キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้ปลูกได้มากในที่ราบสูงของจังหวัดนากาโนะและกุมมะ และเป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ในช่วงฤดูร้อน ลักษณะและรสสัมผัสของกะหล่ำปลีจะก้ำกึ่งระหว่างพันธุ์ในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ

พันธุ์มารุทามะ (丸玉) หรือบอลสีเขียว (グリーンボール)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้มีลักษณะทรงกลมและมีสีเขียวสวยดังชื่อ ใบมีสีเขียวด้านนอกและมีสีอ่อนด้านใน ใบอัดกันแน่น มีเนื้อสัมผัสนุ่มและหวาน และมีสารอาหารค่อนข้างสูงกว่ากะหล่ำปลีพันธุ์อื่น

คุณค่าสารอาหารในกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน C ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดได้ดี  การรับประทานกะหล่ำปลีดิบ 2-3 ใบจะทำให้ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้กะหล่ำปลียังอุดมไปด้วยวิตามิน U ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการโรคกระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหารได้ดี อย่างไรก็ดี วิตามินเหล่านี้จะไม่ทนความร้อน การรับประทานกะหล่ำปลีดิบจึงทำให้ได้รับปริมาณวิตามิน C และ U เข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่    สล็อตเว็บตรง

 

เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานหมูทอดทงคัตสึกับกะหล่ำปลีหั่นฝอย

คนญี่ปุ่นเริ่มรับประทานกะหล่ำปลีสดหั่นฝอยมาตั้งแต่สมัยเมจิ เพราะว่ากะหล่ำปลีเป็นผักที่มีราคาถูกและหารับประทานได้ตลอดทั้งปี กะหล่ำปลีมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยดูดซับเอาไขมันจากหมูทอดทงคัตสึได้ดี นอกจากนี้กะหล่ำปลียังอุดมไปด้วยวิตามิน U ซึ่งช่วยป้องกันการอักเสบของกระเพาะอาหารและทางเดินอาหารได้ดี

คนไทยไม่นิยมรับประทานกะหล่ำปลีดิบเพราะกลัวยาฆ่าแมลงตกค้าง และมีความเชื่อว่าการรับประทานกะหล่ำปลีดิบอาจจะส่งผลให้เกิดโทษต่อร่างกาย เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งเป็นสารที่ไปขัดขวางไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน และหากรับประทานกะหล่ำปลีดิบในปริมาณมากอาจทำให้เกิดโรคคอหอยพอกได้ แต่ในความจริงแล้วหากไม่รับประทานวันละเป็นกิโลกรัม สารพิษดังกล่าวก็ไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย อีกทั้งหากเลือกซื้อผักปลอดสารพิษหรือล้างผักให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน กะหล่ำปลีดิบก็จัดเป็นผักที่มีคุณค่าต่อร่างกายไม่แพ้ผักอื่น

Categories
BLOG

สูตร(ไม่)ลับ จัดเมนูดัดแปลงแสนอร่อยจากร้าน Kura Sushi

ร้านซูชิจานหมุนเป็นร้านที่คนญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @kyuushinP ทวิตเกี่ยวกับมัทฉะชิโอะ เครื่องปรุงที่เขาดัดแปลงจากในร้านซูชิจานหมุน โดยการผสมผงชาเขียวกับเกลือเข้าด้วยกันเพื่อตัดเลี่ยน มีคนกดไลค์ให้ทวิตนี้เป็นจำนวนมากถึง 30,000 ไลค์ อีกทั้งยังมีคนมาตอบทวิตเกี่ยวกับการดัดแปลงวัตถุดิบต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น มัทฉะชิโอะก็เข้ากับปลาฮามาจิ, ซูชิกุ้งอาโวคาโดจิ้มน้ำจิ้มของปลาอานาโกะจะได้รสชาติเหมือนเทริยากิ, ใส่ผงชาเขียวลงบนไอศกรีมชาเขียว จะได้รสที่เข้มข้นขึ้น และอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณ kyuushinP มีอาชีพเป็นคนขับแท็กซี่ เขาได้คุยกับผู้โดยสารเกี่ยวกับร้านซูชิ ซึ่งผู้โดยสารคนนั้นได้แนะนำมาว่าให้ผสมผงชาเขียวกับเกลือ แล้วกินกับเทมปุระที่ทอดใหม่ ๆ ในวันหยุดเขาจึงลองไปทานที่ร้านซูชิจานหมุนแล้วทวิตลงในทวิตเตอร์ ผลปรากฏว่ามีผู้คนชื่นชอบมากมายและมองว่าเหมือนอาหารในภัตตาคาร ดูเป็นรสชาติแบบผู้ดี

 

มัทฉะชิโอะเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยตัดเลี่ยนจากอาหาร มักทานกับเทมปุระ แต่ก็นิยมทานกับของหวานด้วยเช่นกัน คุณ kyuushinP ได้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนของผงชาเขียวกับเกลือให้เข้มข้นกว่าแบบที่วางจำหน่ายทั่วไป ดูเหมือนว่าจะทำให้เทมปุระอร่อยยิ่งกว่าจิ้มซอสเทมปุระเสียอีก!

ด้วยความที่ร้านซูชิจานหมุนสามารถดัดแปลงอาหารต่าง ๆ ได้มากมาย คุณมายุ คุโรมิ ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท Kura Sushi จึงได้นำเสนอเมนูดัดแปลงที่น่าสนใจโดยแบ่งเป็นหมวดดังนี้

 

ผงชาเขียว + เกลือ = มัทฉะชิโอะ ทานกับเทมปุระ ให้ความรู้สึกดั่งอาหารหรูในภัตตาคาร

ซุปของคุระซูชิ + ข้าวหน้าปลาไหล = ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่า

ซุปของคุระซูชิ + เอนกาวะ, กุ้งสด, ปลาฮามาจิ และอื่น ๆ = ชาบูชาบู

ระดับกลาง

 

ซอสมะเขือเทศของมันฝรั่งทอด + วาซาบิ = ความเปรี้ยวจากมะเขือเทศจะยิ่งเน้นความซาบซ่านของวาซาบิ

ตันตันเม็ง + เนื้อคาลบี้ = ให้ความรู้สึกเหมือนกุกบับ (ข้าวต้มซุป อาหารท้องถิ่นของปูซาน)

มิลล์เครป + ผงชาเขียว = มิลล์เครปชาเขียว เปลี่ยนขนมฝรั่งให้เป็นรสชาติญี่ปุ่น

มันหวานวิปครีม + ผงชาเขียว = ครีมชาเขียว

 

ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ + ผงชาเขียว = ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ชาเขียว

ระดับไฮคลาส

 

ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ + ซอสหวาน = มิตาราชิดังโงะ

ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ + อินาริซูชิ = ไอศกรีมอินาริ

เชอร์เบทองุ่น + Shari Cola = ไอศกรีมโฟลต

น่าลองทุกแบบเลยนะคะ ช่างหาทำกันเก่งจริง ๆ ใครที่ได้ไปลองทำตามแล้วคิดว่าเวิร์คหรือไม่เวิร์ค รสชาติเป็นยังไงก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ หรือใครที่มีคอมบิเนชั่นใหม่ ๆ ถูกปากคนไทย อย่าลืมมาแชร์กันน้าา ^^            สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

Yoichi Nikka Bar & Restaurant บาร์(ไม่)ลับสำหรับสายวิสกี้ ของดีจากฮอกไกโด

มีใครที่เป็นสาวกเครื่องดื่มวิสกี้บ้างคะ ? พลาดไม่ได้เลยนะคะเพราะวันนี้เราจะมาแนะนำบาร์ญี่ปุ่นในกรุงเทพสำหรับสายวิสกี้โดยเฉพาะ! แถมยังมีอาหารฮอกไกโดอร่อย ๆ กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดหล่อหวานกรุบให้สาว ๆ ได้อิ่มอกอิ่มใจ จะเป็นร้านแบบไหนไปดูกัน!

Yoichi Nikka Bar & Restaurant บาร์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ เป็นธุรกิจของบริษัทที่บริหาร The Nikka Bar ในซัปโปโร ชื่อร้าน Yoichi ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด และเป็นจุดเริ่มต้นของ Nikka Whisky ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองมากมายจากการแข่งขันวิสกี้ทั่วโลก

ภายในร้านเป็นแบบเพดานสูงทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด ผนังตกแต่งลวดลายและประดับไฟสวยงาม เป็นบาร์ลับยามค่ำคืนสำหรับผู้ใหญ่ที่มีแต่คนที่รู้จักจะแวะเวียนมา แต่สำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยมา รับรองว่าจะรู้สึกแตกต่างไปจากร้านทั่ว ๆ ไปแน่นอน มี Nikka Whisky หลายประเภทให้ได้ลองลิ้มชิมรส รวมถึงวิสกี้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่นิกก้า สาเกญี่ปุ่น และเหล้าโชจู แต่นอกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ยังมีอาหารอร่อย ๆ อีกมากมายหลายเมนู สามารถมาทานอาหารฮอกไกโดที่ใช้วัตถุดิบสด ๆ จากทะเลได้ด้วย

แถมที่ร้านนี้ยังมีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีประจำที่โซนที่นั่งเคาน์เตอร์ คอยให้บริการค็อกเทลหลากหลายแบบได้ตามออเดอร์ เรียกได้ว่านอกจากอาหารที่อิ่มท้องแล้วยังมีอาหารตาที่ช่วยให้อิ่มใจ สาว ๆ ที่มากันเพียง 1-2 คนสามารถเลือกที่นั่งเคาน์เตอร์และพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์สุดหล่อของร้านได้ หรือจะให้หนุ่ม ๆ ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นให้ซักเล็กน้อยก็ฟินไม่เบา

ดังที่กล่าวไปว่าเมืองโยอิจิมีชื่อเสียงในเรื่องของวิสกี้ ถ้าพูดถึงเมืองโยอิจิก็ต้องนึกถึงวิสกี้ เพราะเมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงกลั่น Nikka Whisky ที่ก่อตั้งโดยมาซาทากะ ทาเคตสึรุ หรือที่รู้จักในนาม “บิดาแห่งวิสกี้ญี่ปุ่น” เขาสร้างโรงงานขึ้นในปี 1934 และเริ่มผลิตวิสกี้อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 1936 จัดว่า Nikka Whisky มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและได้ผลิตวิสกี้แบบต่าง ๆ ออกมามากมาย ทั้ง Black Nikka, Yoichi และ Taketsuru ที่ผู้คนยังคงชื่นชอบจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ยังมีละครญี่ปุ่นเรื่อง Massan ที่สร้างมาจากเรื่องราวของ Masataka Taketsuru ออกอากาศในปี 2014 ทำให้เมืองนี้ยิ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่อยากมาตามรอย ใครที่ชื่นชอบวิสกี้หรือชอบละครเรื่อง Massan สามารถไปเยี่ยมชมโรงงานและตามรอยละครได้นะคะ แต่สำหรับช่วงนี้คงต้องไปเที่ยวในกรุงเทพกันก่อน ใครเป็นสาวกวิสกี้ แนะนำเลยที่บาร์ Yoichi Nikka Bar & Restaurant เดินทางง่าย ๆ ใกล้สถานีพร้อมพงษ์ ตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 28 กับ 30    สล็อตเว็บตรง

余市 Yoichi Nikka Bar & Restaurant
ที่อยู่ : 720/19-20 Sukhumvit Rd, (Between Soi 28-30) Klongtoey, 10110, Bangkok
วัน-เวลาให้บริการ : จันทร์-เสาร์ 17.00-00.00 น. หยุดวันอาทิตย์
TEL : 02-258-6636
Facebook : 余市 Yoichi Nikka Bar & Restaurant

 

ใครมีแพลนไปฮอกไกโด อย่าลืมแวะไปที่เมือง Yoichi เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์ของวิสกี้ญี่ปุ่นและลิ้มรสความอร่อยกันนะคะ ^^

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. 8 ร้านม็อกเทล (Mocktail) ที่จะให้ความเพลิดเพลินในกรุงโตเกียว
  2. Diorama Restaurant คาเฟ่แมวที่ได้ใจทั้งทาสแมว คนรักรถไฟ แถมยังได้ทำบุญ
  3. อากาศร้อนๆ ก็ต้องน้ำแข็งไส! 5 ร้านน้ำแข็งไสยอดนิยมประจำปี 2020 ที่ไอจิ!
  4. ชม ชิม ชิว 10 ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่โทโฮคุ
Categories
BLOG

ไม่ไปไม่ได้แล้ว!! 27 ที่เที่ยวในโอกินาว่าที่ได้ Michelin Star [ตอนที่ 2]

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่สวยงาม มีเสน่ห์ และเปี่ยมด้วยวัฒนธรรมมากมาย ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับ Michelin Star และได้เข้าไปอยู่ใน Michelin Green Guide หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นของมิชลินรวมทั้งหมด 27 แห่งด้วยกัน! สุดยอดมาก ๆ เลยล่ะค่ะ!!

วันนี้ ANNGLE ก็เลยจะมาแนะนำที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่าที่ได้ดาวจากมิชลินให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ แต่ก่อนอื่น สำหรับใครที่สงสัยว่า Michelin Green Guide คืออะไร และมีเกณฑ์การคัดเลือกยังไงบ้าง เรามาทำความรู้จักกับไกด์บุ๊คนี้กันสักนิดดีกว่า

Michelin Green Guide คืออะไร?

Michelin Green Guide คือหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดทำโดยบริษัทมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก นำเสนอเสน่ห์และข้อมูลที่น่าสนใจของสถานที่ต่าง ๆ จากทั่วโลก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจ แล้วก็สนุกมากขึ้นไปด้วย โดยแบ่งระดับออกเป็น 3 ดาว ด้วยกัน ได้แก่

☆☆☆ ควรค่าแก่การไปเที่ยวอย่างยิ่ง

☆☆ คู่ควรที่จะแวะไปเที่ยว

☆ น่าสนใจอย่างมาก

เกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ที่จะได้ Michelin Star มีดังต่อไปนี้

  1. ความประทับใจแรกของนักท่องเที่ยวเมื่อได้ไปเยือนสถานที่นั้น
  2. ชื่อเสียงของสถานที่นั้น
  3. ความมั่งคั่งของวัฒนธรรม, สามารถไปพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม
  4. เป็นมรดกโลกของยูเนสโก้หรือคู่ควร
  5. มีศิลปะหรือชิ้นงานศิลปะเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์
  6. มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
  7. เสน่ห์และความกลมกลืนของสถานที่นั้นจริง ๆ โดยไม่ได้ถูกทำขึ้นมา
  8. ความสะดวกสบายในการไปเที่ยว (สิ่งอำนวยความสะดวก, การเดินทาง, การบริหารจัดการ เป็นต้น)
  9. ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว

ประเทศญี่ปุ่นได้มีการจัดทำ Michelin Green Guide Japon ขึ้นในปี 2009 ซึ่งในบรรดาที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่านี้ หนึ่งในนั้นมีสถานที่ที่ได้ 3 ดาวจากมิชลินด้วยค่ะ และแล้วก็ได้เวลาของตอนที่ 2 กับอีก 9 สถานที่ต่อมาที่จะนำเสนอในวันนี้ Let’s go!!

  • 9 สถานที่แรกจากตอนที่ 1 คลิก

10. ปราสาทชูริ (ตัวปราสาทหลัก) (首里城正殿)

อาคารของปราสาทชูริหลักที่อยู่ใจกลางพื้นที่ของปราสาทเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของปราสาททั้งหมด เป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิวในอดีตได้อย่างยอดเยี่ยม

11. ทางใต้ของเกาะโอกินาว่า (本島南部)

12. ทางเหนือของเกาะโอกินาว่า (本島北部)

ในปี 2005 ได้มีการสร้างสะพานยาวขนาดใหญ่เชื่อมจากเกาะหลักโอกินาว่าไปยังเกาะโคริ ทำให้การเดินทางไปยังเกาะโคริง่ายขึ้นมาก จากเดิมที่จะต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปเท่านั้น สะพานยาว 2 กิโลเมตรที่ตัดกับน้ำทะเลสีครามเป็นภาพที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกสถานที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยว

13. แม่น้ำอุราอุจิ (浦内川)

อีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะล่องเรือสำราญหรือพายเรือแคนูในแม่น้ำ ชมน้ำตกสวย ๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยพันธุ์ไม้กึ่งเขตร้อน หรือจะเลือกเดินสำรวจธรรมชาติแล้วแวะชมวิวตามจุดชมวิวระหว่างก็ได้เช่นกัน

14. สวนสันติภาพ (平和祈念公園)

สวนสันติภาพโอกินาว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตในยุทธการที่โอกินาว่าในปีค.ศ. 1945 ภายในสวนมีหินที่สลักชื่อของผู้เสียชีวิตตั้งอยู่เรียงราย

15. พิพิธภัณฑ์รำลึกสันติภาพ (平和祈念資料館)

พิพิธภัณฑ์รำลึกสันติภาพตั้งอยู่ในสวนสันติภาพโอกินาว่า จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในช่วงสงคราม ภายในจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามที่โอกินาว่า เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจความรู้สึกของชาวโอกินาว่าที่ต้องเผชิญหน้ากับสงคราม และปลูกฝั่งให้เกิดความปรารถนาที่จะทำให้เกิดสันติภาพที่แท้จริงต่อไป

16. ชูเรมอน (ปราสาทชูริ) (守礼門)

 

ชูเรมอนเป็นประตูที่ตั้งอยู่ด้านนอกปราสาทชูริ จะเห็นว่ามีลักษณะเป็นแบบริวกิวที่ได้รับอิทธิพลมรจากจีนเช่นเดียวกับตัวปราสาท

17. เกาะมินนะ (水納島)

เกาะมินนะตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งของเกาะหลัก ด้วยรูปร่างของเกาะที่คล้ายกับครัวซองต์ ทำให้เกาะนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Croissant Island จากท่าเรือโทคุมุระสามารถนั่งเรือข้ามฟากโดยใช้เวลาเพียง 15 นาที แม้จะอยู่ห่างจากเกาะหลักไม่มากนัก แต่ทะเลที่นี่สวยมากจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยทีเดียว

18. เซฟาอุทากิ (斎場御嶽)

เซฟาอุทากิเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของโอกินาว่ามาแต่โบราณ ราชวงศ์ริวกิวเคยใช้ที่นี่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนามาก่อน โดยเชื่อกันว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองอยู่ ปัจจุบันนี้ความเชื่อเดิมก็ยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

ผ่านไปแล้วกับ 18 แห่งที่ได้ 1 ดาวจากมิชลินค่ะ ในตอนหน้าจะเป็นสถานที่ที่ได้ 2 ดาว รวมถึงสถานที่หน่ึงเดียวของโอกินาว่าที่ได้ 3 ดาวด้วย แล้วพบกันค่า  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

“iias” ห้างสรรพสินค้าสุดอลังแห่งใหม่ในโอกินาว่า ที่นำทุกความสนุกและน่าสนใจของโอกินาว่ามารวมไว้ด้วยกัน

วันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ประธานบริษัท Daiwa House บริษัทสร้างบ้านรายใหญ่และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ชื่อว่า “iias” (อีไอส์) ที่จะสร้างขึ้นในตำบลโตโยซาคิ เมืองโตมิงุสุคุ ไม่ไกลจากสนามบินนาฮะของจังหวัดโอกินาว่า ซึ่งมีกำหนดการจะเปิดในช่วงสิ้นเดือนเมษายน ปี 2020 โดยคาดไว้ว่าใน 1 ปีห้าง iias จะมีผู้เข้าใช้บริการถึง 10 ล้านคน และจะทำยอดขายได้ถึง 2.2 หมื่นล้านเยน หรือ ประมาณ 6 พันล้านบาท

คอนเซ็ปต์ของห้าง

iias
ภาพตัวอย่างภายในห้าง iias โดย DaiwaHouse Group

โดยห้างสรรพสินค้าแห่งนี้สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์หลักที่ว่าสร้างให้มีทั้ง Intelligence (ความฉลาด) Identity (ความเป็นเอกลักษณ์) Amenity (ความสะดวกสบาย) และ Symbiosis คือการมาอยู่ร่วมกัน จนกลายเป็น iias ให้ผู้คนในชุมชนได้มี 良い明日 (iiashita) หรือ วันพรุ่งนี้ที่ดี ไปด้วยกันนั่นเองค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้นและร้านค้า

iias
ภาพตัวอย่างด้านนอกห้าง iias โดย DaiwaHouse Group

iias เป็นห้างสรรพสินค้าสูง 4 ชั้น มีพื้นที่ภายนอกตัวอาคารถึง 71,499 ตารางเมตร และสรุปรวมมีพื้นที่ทั้งหมด 135,000 ตารางเมตร เรียกได้ว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น ภายในห้างมีร้านค้าถึง 155 ร้าน แน่นอนว่าต้องมีร้านค้าดัง ๆ อย่าง AEON STYLE และ LOFT เป็นต้นด้วย

แต่ที่น่าตื่นเต้นอยู่ตรงนี้ค่ะ เพราะภายในห้างจะไม่ได้มีแต่ร้านค้าเท่านั้น แต่จะมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งใหม่มาเปิดให้ได้เข้าชมกันในชื่อ DMM Kariyushi Aquarium ซึ่งดำเนินการสร้างโดยบริษัท DMM Resorts ในจังหวัดโอกินาว่านั่นเองค่ะ

และนอกจากนั้นยังมีสวนสนุกขนาดย่อมภายในห้างชื่อ Small Worlds Okinawa ที่มีกำหนดเปิดทำการเดือนมีนาคม ปี 2020 อีกด้วย

ความพิเศษของห้างนี้ยังไม่หมดค่ะ บริเวณชั้น 4 ของห้างถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญ เพราะเป็น Stem Resort ซึ่งจะเป็นชั้นดาดฟ้าที่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย อย่างปาร์ตี้บาร์บีคิว และยังมีสระว่ายน้ำให้ลงเล่นกันอีกด้วย โดยจะเปิดทำการในเดือนกรกฎาคม ปี 2020 ค่ะ

 

ฟังแค่นี้ก็น่าตื่นเต้นแล้วสำหรับห้าง iias ในจังหวัดโอกินาว่าที่เป็นห้างสุดทันสมัยและรวบรวมทั้งความสนุก จุดเด่น และวัฒนธรรมของโอกินาว่ามาไว้ในที่เดียวกันเลยก็ว่าได้ ใครอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศห้างใหม่ของโอกินาว่าแห่งนี้ ปีหน้าวางแผนเที่ยวได้เลยค่ะ และอย่าลืมตรวจสอบตามเดือนที่เราแจ้งไปข้างต้นคร่าว ๆ อีกครั้งหนึ่งว่าส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจจะเปิดช่วงเดือนไหนบ้าง จะได้ไปทีเดียวลองครบหมดทุกส่วนนะคะ      สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

10 ภาษาถิ่นจังหวัดอาคิตะน่ารักน่ารู้

จังหวัดอาคิตะ ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะฮอนชูในภูมิภาคโทโฮคุ เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่แสนวิเศษ เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร เหมาะกับคนที่อยากจะไปเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ถึงแม้อาคิตะอาจจะยังไม่ใช่จุดหมายยอดฮิตของคนไทย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าไปเยือนสักครั้ง เพราะนอกจากธรรมชาติแล้วภาษาถิ่นก็มีเอกลักษณ์อีกด้วย จะเหมือนโอซาก้าหรือโอกินาว่ามั้ย ลองไปดูกันค่ะ

คิริทัมโปะ อาหารท้องถิ่นจังหวัดอาคิตะ

あがったんせ (Agattanse)

เป็นคำที่ใช้พูดเวลาที่มีคนมาเยี่ยมบ้านแล้วเราต้องการเชิญแขกเข้าบ้าน คล้ายกับคำว่า 入ってください (Haitte kudasai) เป็นคำที่เหล่าแม่บ้านอาคิตะใช้กันบ่อย ๆ ค่ะ

はつらえー (Hatsuraee)

แปลว่าอิ่มแล้ว เหมือนกับ お腹がいっぱい (Onaka ga ippai) คำนี้มาจากคำว่า 腹がつらい (Onaka ga tsurai) (ท้องอึดอัด) เพราะเวลาที่เราอิ่มมาก ๆ ก็จะรู้สึกอึดอัดใช่มั้ยล่ะคะ หากเรารู้ที่มาของคำ เราก็จะเข้าใจความหมายของคำคำนั้นมากขึ้น และใช้ได้อย่างถูกต้อง และถ้ายิ่งลากหางเสียงยาว ๆ ก็ยิ่งน่ารักด้วยนะคะ

なんも (Nanmo)

แปลว่าโอเคหรือไม่มีปัญหาอะไร คำนี้ย่อมาจากคำว่า 何も(問題が)ない (Nanmo(mondai ga) nai) (ไม่มีปัญหาอะไร) เหลือแค่ なんも จนกลายมาเป็นสำเนียงอาคิตะ สามารถใช้เป็นคำเดี่ยว ๆ ได้เลย ไม่ต้องมีหางเสียงต่อท้าย

じぇんこ (Jenko)

หมายถึงเงิน ภาษาท้องถิ่นอาคิตะมักจะเติม っこ ไว้ข้างหลังสิ่งของต่าง ๆ คำนี้ก็เช่นกันค่ะ มาจากคำว่า 銭っこ (Senko) และเพี้ยนเสียงมาจนกลายเป็นคำว่า じぇんこ นี่แหละค่ะ

しゃっけ (Shakke)

แปลว่าเย็น เหมือนกับ 冷たい (Tsumetai) อะไรที่มีความรู้สึกว่ามันเย็น ในอาคิตะจะใช้คำว่า ひゃっこい (Hyakkoi) จนเพี้ยนเสียงมาเป็น しゃっこい เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในท้องถิ่น เนื่องจากอาคิตะอยู่ทางเหนือทำให้มีหิมะตกหนักบ่อยครั้ง

こえー (Koee)

แปลว่าเหนื่อย เหมือนกับ 疲れた (Tsukareta) สามารถเขียนเป็นคันจิได้ว่า 強い อย่าเพิ่งแปลกใจนะคะว่าทำไมถึงใช้คันจิตัวนี้ เพราะดึงมาจากคำว่า 手強い (Tegowai) (รับมือยาก) ค่ะ และเพี้ยนมาจนกลายเป็นคำท้องถิ่น นอกจากอาคิตะแล้ว ท้องที่อื่น ๆ ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือกับฮอกไกโดก็ใช้เช่นกัน

しったげ (Shittage)

แปลว่ามาก เหมือนกับ とても (Totemo) คำนี้เพี้ยนมาจากคำว่า 死ぬほど(Shinuhodo), 死ぬだけ(Shinudake) (แทบตาย, จะตาย) จนกลายเป็น しったげ เมื่อลองรวมกับคำในข้อที่แล้วเป็น しったげこえー (Shittagekoee) ก็จะแปลว่าเหนื่อยมากนั่นเองค่ะ

へば (Heba)

ใช้พูดเวลาแยกจากกัน มีความหมายว่าไว้เจอกันใหม่ คล้ายกับ それじゃあ (Sorejaa) หรือ また (Mata) ในบางพื้นที่อาจจะพูดว่า せば (Seba) ซึ่งความหมายไม่ต่างกัน หากพูดว่า へば、またね (Heba, matane) ก็จะเหมือนกับ それじゃあ、またね (Sorejaa, matane) หรือหากพูดว่า へばね (Hebane) ก็นิยมใช้กันเยอะเหมือนกับ またね (Matane)

ごしゃぐ (Goshagu)

แปลว่าโกรธ เหมือนกับ 怒る (Okoru) สามารถทำเป็นรูปถูกกระทำได้เป็น ごしゃがれだ (Goshagareda) เหมือนกับ 怒られた (Okorareta)

なげる (Nageru)

ในภาษากลาง คำนี้จะแปลว่าขว้าง ปา แต่สำหรับคนอาคิตะจะแปลว่าทิ้งค่ะ ถ้ามีคนอาคิตะพูดขึ้นมาว่า これなげて良い?(Kore nagete ii?) (ทิ้งอันนี้ได้มั้ย ?) ถ้าเป็นคนที่ไม่เข้าใจภาษาท้องถิ่นก็คงจะแอบตกใจเบา ๆ นะคะ55555

สุนัขพันธ์อาคิตะ

นอกจากนี้เรายังมีภาษาท้องถิ่นอาคิตะน่ารัก ๆ มาฝากเป็นของแถมอีก 2 คำด้วยค่ะ

ねねね (Nenene)

เป็นคำท้องถิ่นที่น่ารักมาก ๆ เลยนะคะสำหรับ ねねね ถ้าเป็นภาษากลาง อาจจะเหมือนกับว่ากำลังเรียกอีกฝ่ายอยู่ (คล้ายกับภาษาไทยว่า นี่ๆๆ) แต่สำหรับอาคิตะ ねねね จะหมายความว่า 寝なければならない (Nenakerebanaranai) (ไม่นอนไม่ได้ / ต้องนอน)

けけけ (Kekeke)

อีก 1 คำที่เราอยากแถมให้ก็คือคำว่า けけけ พอลองออกเสียงดูก็แอบตลกดีเหมือนกันนะคะ คำนี้จะแปลว่า 食べるならこっちに来て食べなさい (Taberunara kocchi ni kite tabenasai) (ถ้าจะกินก็มากินตรงนี้) จีเนียสมากเลยนะคะที่ย่อประโยคยาว ๆ ให้เหลือแค่ตัวอักษร 3 ตัว

 

หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ หากได้ไปเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ก็ลองนำไปใช้พูดกับผู้คนในท้องถิ่นดูค่ะ รับรองว่าจะทำให้การไปท่องเที่ยวอาคิตะสนุกขึ้นได้แน่นอน ^^    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

“อะบุระ มิโสะ” อาหารที่อยู่คู่กับชาวโอกินาว่ามาอย่างยาวนาน

ไม่ว่าคุณจะเดินทางท่องเที่ยวไปที่ไหนในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะได้พบกับ “อาหาร” ที่หาทานได้เฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ ที่โอกินาว่ามีอาหารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “อะบุระ มิโซะ” (油みそ)”หรืออีกชื่อ คือ “อันดันซู” (アンダンスー) ว่ากันว่า ชาวโอกินาว่าเริ่มทานมาตั้งแต่หลังสงครามโลก และค่อย ๆ เป็นที่แพร่หลายกว้างขวางในเกาะ จนกลายเป็นอาหารที่ชาวโอกินาว่าคุ้นเคยมาอย่างยาวนานและมักจะมีติดครัวไว้เสมอ วันนี้ ANNGLE จะขอพาคุณผู้อ่านไปรู้จักความเป็นมาและวิธีการทำอะบุระ มิโซะ รับรองว่าไม่ยาก เพื่อน ๆ ทำตามได้อย่างแน่นอนค่ะ

กำเนิด อะบุระ มิโสะ

 

สมัยที่ตู้เย็นยังไม่แพร่หลายในโอกินาว่า อุณหภูมิที่สูงตลอดปีทำให้อาหารสด ผัก และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เน่าเสียได้ง่าย แต่มีวัตถุดิบ 2 ชนิดที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ทนต่ออากาศร้อน และอยู่ติดครัวแทบจะทุกบ้าน นั่นก็คือ มิโซะและมันหมู

ชาวโอกินาว่าในตอนนั้นจึงเกิดความคิดที่จะนำเอามิโซะและมันหมูมาทำเป็นอาหาร จึงนำมาผัดรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเหล้าอาวะโมริ ซึ่งเป็นเหล้าท้องถิ่นเข้าไปด้วย พอทำไปทำมา เกิดมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก อะบุระ มิโซะจึงได้กลายเป็นอาหารที่อยู่คู่ครัว ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโอกินาว่า และทานต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน เพราะไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยเท่านั้น ยังสามารถเก็บรักษาได้นานอีกด้วย ในส่วนของวัตถุดิบก็เป็นของในท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยาก ทำได้ง่ายในครัวเรือน แถมทานคู่กับข้าวหรือของกินอื่น ๆ ก็เข้ากันมาก ๆ

หากเพื่อน ๆ อยากลองทำ วันนี้เรามีสูตรและวิธีการทำมาแชร์ด้วยนะคะ วัตถุดิบต่าง ๆ สามารถหาได้ในประเทศไทยค่ะ

วิธีการทำ อะบุระ มิโซะ (สำหรับ 2 ที่)

วัตถุดิบ

  1. มันหมูเป็นก้อน: 200 กรัม
  2. เหล้าอาวะโมริ หรือสาเก: 1 ช้อนโตะ
  3. มิโซะ: 4 ช้อนโตะ
  4. น้ำตาล: 3 ช้อนโตะ
  5. มิริน: 1 ช้อนโตะ
  6. ขิงขูด: 2 ช้อนโตะ

วิธีทำ

นำมันหมูที่หั่นเป็นก้อนเล็ก ๆ ไปผัดในกระทะด้วยไฟอ่อน เมื่อมันหมูสุก ใส่เหล้าอาวะโมริและมิริน แล้วเคี่ยวด้วยไฟกลาง จากนั้นใส่มิโซะ แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล ขิงขูด ผัดให้ส่วนผสมเข้ากันด้วยไฟอ่อน 5 นาที เป็นอันเสร็จ        สล็อตเว็บตรง

 

 

นอกจากจะทานคู่กับข้าวสวยแล้ว คนโอกินาว่ายังนำอะบุระ มิโซะไปทำเป็นไส้ข้าวปั้น หรือใช้เป็นเครื่องปรุงในเมนูอื่น ๆ เช่น ข้าวผัด ผัดผัก หรือทานคู่กับอาหารชนิดอื่น ๆ ปัจจุบันมีการจำหน่ายอะบุระ มิโซะในรูปแบบกระปุก และเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำโอกินาว่าอีกด้วย

Categories
BLOG

พาไปรู้จักอาหารที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “คาเวียร์แห่งท้องนา”

เอกลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น คือ การคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งนา สวนผักผลไม้ จนถึงทะเลและมหาสมุทร นำปรุงเป็นอาหาร อาจกล่าวได้ว่าอาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีอายุยืนมากที่สุดในโลก ในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับอาหารจากธรรมชาติแท้ ๆ ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “คาเวียร์แห่งท้องนา”

สิ่งที่เป็นเม็ดกลม ๆ สีเขียวใส มีลักษณะคล้ายไข่ปลาดังภาพด้านบนนี้ คือ “ทงบุริ” หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกมันว่า “คาเวียร์แห่งท้องนา” คนไทยอาจจะไม่ค่อยเห็นสิ่งนี้ตามร้านอาหารญี่ปุ่น เพราะทงบุริเป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัดอะคิตะ ในภูมิภาคคันโต ซึ่งเจ้า “ทงบุริ” ตัวนี้ แท้จริงแล้วเป็นเมล็ดที่แห้งแล้วของพืชที่ชื่อว่า “โฮคิกิ”

ทุ่งโฮคิกิ
โฮคิกิ

เมื่อนำเมล็ดที่แห้งแล้วมาต้มหรือทำให้สุก ก็จะได้เป็นอาหารที่มีรูปร่างคล้ายกับไข่ปลาคาเวียร์ นอกจากรูปร่างแล้ว คนญี่ปุ่นยังบอกว่าทั้งรสชาติและรสสัมผัสก็ยังใกล้เคียงกับไข่ปลาคาเวียร์อีกด้วย

คนญี่ปุ่นรับประทาน “ทงบุริ” อย่างไร

ชาวญี่ปุ่นมักทานดงบุริเป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารหลัก หรือราดเป็นท็อปปิ้งบนข้าวสวย เส้นพาสต้า เต้าหู้ นัตโตะ หัวไชเท้าขูด หรือใส่ในสลัด เป็นต้น          สล็อตเว็บตรง

 

 

 

 

ช่วงเวลาที่สามารถรับประทานทงบุริได้คือในช่วงเดือนตุลาคมถึงกันยายน หรือหาซื้อทานสด ๆ ได้ที่ร้านค้าในจังหวัดอะคิตะ หรือในแบบสำเร็จรูปเองก็มีจำหน่ายเช่นกัน โดยสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตในญี่ปุ่นหรือทางออนไลน์ เป็นต้น